Hygiene Technology “ KAO-SA-ARD

ก้าวสะอาด” นวัตกรรมฆ่าเชื้อก่อนเข้าอาคาร ไม่ทำร้ายรองเท้าสาวๆ โดย DECC สวทช

นอกจากใส่หน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือแล้ว การทำความสะอาดพื้นรองเท้าที่อาจจะไปเหยียบย่ำเชื้อโรคมา ก็เป็นอีกขั้นของการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งเชื้อโรคอื่นๆ

นอกจากใส่หน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือแล้ว การทำความสะอาดพื้นรองเท้าที่อาจจะไปเหยียบย่ำเชื้อโรคมา ก็เป็นอีกขั้นของการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งเชื้อโรคอื่นๆ แต่สำหรับสาวๆ ที่สวมรองเท้าแสนแพงราคาเป็นหมื่นเป็นแสน อาจทำใจลำบากที่จะต้องยืนแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ เพราะเป็นห่วงรองเท้าแสนรัก

ด้วยตระหนักในความกังวลใจของสาวๆ ผนวกกับความต้องการพัฒนานวัตกรรมฆ่าเชื้อก่อนเข้าอาคาร จิรพร ศุภจำปิยา ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมคณะจึงได้พัฒนาเครื่องก้าวสะอาด (KAO-SA-ARD) สำหรับทำความสะอาดรองเท้าก่อนเข้าภายในอาคารต่างๆ

เครื่องก้าวสะอาดประกอบด้วยอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีตะแกรงกรองสิ่งสกปรก ถังใส่น้ำยาฆ่าเชื้อ และพรมสำหรับซับและกระจายน้ำฆ่าเชื้อ โดยจะติดตั้งไว้หน้าอาคารหรือทางเข้า ผู้ใช้งานเพียงก้าวลงพบอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อและก้าวเหยียบพรมการเข้าพื้นที่

“ถือเป็นด่านแรกของการช่วยลดความเสี่ยงในการนำเชื้อไวรัสเข้าบ้านหรืออาคารต่างๆ ซึ่งชุดอุปกรณ์ฆ่าเชื้อพื้นรองเท้านี้สามารถล้างพื้นรองเท้าได้ในขณะที่สวมใส่โดยไม่ต้องถอดรองเท้า เมื่อก้าวลงในอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อ มีเพียงส่วนของพื้นรองเท้าเท่านั้นที่สัมผัสน้ำยาฆ่าเชื้อ ด้านล่างของอ่างส่วนที่อยู่ใต้พื้นรองเท้ามีตะแกรงทำหน้าที่กรองฝุ่น ดินและสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆ ออกจากพื้นรองเท้า ส่วนถังบรรจุน้ำยาฆ่าเชื้อมีระบบรักษาระดับความสูงของน้ำยาฆ่าเชื้อ และเติมน้ำยาฆ่าเชื้อในอ่างเมื่อมีการใช้งาน” จิรพรอธิบายถึงการทำงานของเครื่องก้าวสะอาด

จิรพรบอกอีกว่า สำหรับผู้หญิงที่สวมรองเท้าราคาแพงๆ คงมีความกังวลที่จะต้องเหยียบลงอ่างน้ำฆ่าเชื้อที่อาจจะมีเศษสิ่งสกปรกปนเปื้อน รวมทั้งปริมาณน้ำยาที่ไม่เหมาะสมอาจท่วมพื้นรองเท้าและทำให้เสียหายได้ อีกพัฒนาระบบให้ปริมาณน้ำยาออกมาในระดับที่พอเหมาะ สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ และมีตะแกรงกรองสิ่งสกปรก

แนวคิดในการพัฒนาเครื่องก้าวสะอาดนี้ จิรพรบอกว่านำแนวคิดของเครื่องทำความสะอาดพื้นรองเท้าในโรงงานผลิตอาหารมาประยุกต์ใช้ โดยตัวเครื่องทั้งหมดเป็นสแตนเลส 304 ทุกชิ้นส่วนสามารถทอดออกมาทำความสะอาดได้ โดยใช้น้ำร้อนลวกทำความสะอาด และเครื่องมีอายุการใช้งานประมาณ 4-5 ปี ส่วนถังใส่น้ำยาได้ 10 ลิตร และสามารถเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อได้ตามความต้องการ เช่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่นำยมใช้ตามท้องตลาด



ด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า การสนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบบูรณาการ (Krabi Go Green Model) ที่ได้สนับสนุนให้แก่ จ.กระบี่ เพื่อเป็นจังหวัดต้นแบบในการพัฒนา และที่ผ่านมาได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ไปช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้วกว่า 26 โครงการ ผ่านกลไกของโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพในโครงการศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC)

 

Credit : MRG online